
ด้วยสภาวะการณ์ในปัจจุบันนี้ อาจทำให้หลายๆคนประสบกับปัญหาภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ใช้จ่ายไม่คล่องตัว การเงินติดขัด ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ จ่ายบัตรเครดิตไม่ไหว จะต้องทำอย่างไรจึงจะเจ็บต้วน้อยที่สุด ZENLAW แนะนำคุณได้ ดังนี้
กรณีที่ 1 จ่ายบัตรเครดิต ไม่ไหว
จะต้องมาดูก่อนว่า การจ่ายบัตรเครดิตของคุณ ณ ปัจจุบันนั้น อยู่ในสถานะใด
ยังไม่ผิดนัดชำระหนี้ แต่คุณเริ่มรู้แล้วว่าจะจ่ายไม่ไหวในอนาคตอันใกล้นี้แน่ๆ ZENLAW ขอแนะนำให้คุณหยุดใช้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดในทันที และหันมาควบคุมวินัยการเงินของตนเองโดยทางที่จะทำให้เราสามารถควบคุมการใช้จ่ายได้คือ ให้คุณใช้เงินสดในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆในการดำเนินชีวิตประจำวันของคุณ และคุณต้องหยุดการฟุ่มเฟือยและสร้างหนี้ใหม่ขึ้นมา
ผิดนัดชำระหนี้แล้ว หากว่าคุณผิดนัดการชำระหนี้ ไม่สามารถจ่ายหนี้บัตรเครดิตที่เกิดขึ้นได้ต่อไปแล้ว สิ่งที่คุณสามารถทำได้คือ ปรึกษาสถาบันการเงินที่คุณเป็นหนี้อยู่ เช่น การขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต กล่าวคือเป็นการรวมยอดหนี้ทุกที่ที่คุณเป็นหนี้อยู่แล้วไปเจรจากับสถาบันการเงินหนึ่งเพื่อนำเงินที่เขาอนุมัติจ่ายนั้นมาชำระหนี้ทั้งหมดที่มีอยู่ ซึ่งจะทำให้คุณผ่อนชำระหนี้แค่ยอดหนี้เดียวที่คุณไปรีไฟแนนซ์
กรณีที่ 2 ผ่อนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ไม่ไหว
ต้องเข้าใจก่อนว่า ไฟแนนซ์หรือสถาบันการเงินที่ปล่อยเงินกู้ให้เราซื้อรถได้จากศูนย์รถยนต์หรือจักรยานยนต์นั้น เขาทำธุรกิจมาเพื่อจะได้กำไรเป็นเงิน ดังนั้น ไม่ว่าไฟแนนซ์หรือสถาบันการเงินจ่ายเงินให้กับผู้ขายรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ก่อนเพื่อที่เขาจะมาคิดดอกเบี้ยในการผ่อนสินค้าจากเรา โดยมีการกำหนดยอดหนี้ และระยะเวลาในการผ่อนรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ ซึ่งถือว่าเป็นดอกเบี้ยที่ไฟแนนซ์หรือสถาบันการเงินจะได้รับไป
เมื่อคุณไม่สามารถผ่อนรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ ตามเงื่อนไขของสัญญาต่อไปได้ สิ่งที่คุณสามารถทำได้ โดยให้คุณเจ็บตัวน้อยที่สุด ZENLAW ขอแนะนำคุณดังนี้
ขายรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ เพื่อที่จะได้นำเงินที่ได้จากการขายรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์นั้นมาชำระหนี้ส่วนที่เหลือค้างอยู่กับไฟแนนซ์หรือสถาบันการเงิน หรือยกรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ไปให้คนอื่นผ่อนต่อ
นำรถไปคืนแต่อาจต้องใช้หนี้ในส่วนต่างที่เหลืออยู่ต่อ เมื่อคุณนำรถไปคืนไฟแนนซ์ก็จะนำรถคันนั้นไปประมูลขายทอดตลาด เงินที่ได้จากการประมูลขายทอดตลาดนำมาหักกับยอดหนี้ที่ชำระไปเหลือส่วนต่างอยู่เท่าไหร่ คุณต้องรับผิดชอบชดใช้ในส่วนต่างที่เหลืออยู่นั้นต่อไปจนกว่ายอดหนี้จะหมด
วิธีการคืนรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์
อย่าผิดนัดชำระโดยเด็ดขาด คนโดยส่วนใหญ่ เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อกับไฟแนนซ์หรือสถาบันการเงินแล้ว จะต้องมีการผ่อนชำระตามเงื่อนไขสัญญาแต่เมื่อผ่อนจ่ายไม่ไหว ก็หยุดส่งหรือขาดส่งงวด ทันที หากหยุดส่ง 3 งวดติดต่อกัน จะถือว่าคุณผิดนัดการชำระหนี้ ไฟแนนซ์หรือสถาบันการเงินสามารถบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ และยึดรถมาขายทอดตลาดโดยวิธีประมูลขาย แล้วนำเงินที่ได้มาหักยอดหนี้ที่ชำระคงเหลืออยู่เท่าไหร่นั่คือส่วนต่างที่คุณจะต้องรับผิดชอบชำหนี้ต่อไป ซึ่งกรณีนี้ ZENLAW บอกได้คำเดียวว่าไม่ควรทำอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่คุณต้องรับผิดในส่วนต่างของยอดหนี้ที่เหลือแล้ว คุณยังต้องรับผิดในค่าขาดประโยชน์ที่ไฟแนนซ์เขาจะเรียกให้คุณรับผิดชอบในการที่เขาเสียประโยชน์จากการใช้รถอีก งานนี้บอกได้คำเดียวมีแต่จ่ายกับจ่าย
นำรถไปคืนให้ไฟแนนซ์หรือสถาบันการเงินเอง ไม่ต้องรอให้เขามายึด หากรู้ว่าจะจ่ายไม่ไหว หลังจากผ่อนจ่ายไปแล้วให้ติดต่อกับไฟแนนซ์หรือสถาบันการเงินว่าต้องการที่จะคืนรถ โดยคุณต้องตรวจสภาพรถยนต์ ถ่ายรูปรถยนต์ให้ครบทุกมุมก่อนแล้วนำรถยนต์ไปคืน ณ ที่ทำการของไฟแนนซ์หรือสถาบันการเงินนั้น หากไฟแนนซ์หรือสถาบันการเงินยอมรับรถคืน ตามกฎหมายจะถือว่าสัญญาเช่าซื้อระงับสิ้นสุดลงเพราะคู่สัญญาสมัครใจเลิกสัญญากันเองด้วยการส่งมอบรถยนต์กลับคืนเจ้าของ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573
จากกรณีที่กล่าวมาข้างต้นนี้ จะต้องเป็นกรณีที่คุณจะต้องไม่ผิดนัดแม้แต่งวดเดียวเลย เจ้าหนี้ทั้งหลายของคุณก็จะไม่สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีทางศาลเพื่อเรียกร้องให้คุณชำระหนี้ใดๆได้
แต่หากเหตุการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์แล้ว เรื่องจะต้องถึงศาล ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหาย เจรจาไกล่เกลี่ย หรือสู้คดีต่าง ๆ ZENLAW ช่วยคุณได้ แค่คุณเตรียมเอกสารให้พร้อม ZENLAW รับใช้คุณเอง

